เคยสงสัยไหมครับ ว่าผู้คนต่างประเทศที่อยู่อีกซีกโลกหนึ่ง ดินแดนที่ใครหลายๆคนใผ่ผันจะได้ไปเยือนและถ่ายรูป (หรือดูฟุตบอลที่ขอบสนาม) สักครั้งอย่างทวีปยุโรป เค้ามีมุมวัฒนธรรมการกินเป็นอย่างไร
admin จะขอพูดถึงการกินของคนในประเทศเยอรมันนีแล้วกันนะครับ ทำไมต้องเยอรมันนี ?
ต้องเรียนว่าความจริงเยอรมนีไม่ได้มีความโดดเด่นด้านอาหารอย่างฝรั่งเศส สเปนหรืออิตาลี่ แต่เพราะ 1 admin รู้จักเยอรมันมากกว่าประเทศอื่นๆ (ยอมรับกันตรงๆครับ)
และ 2 เชื่อว่าหลายคนคุ้นเคย ใกล้ชิด กับความเป็นเยอรมันทุกวันอยู่แล้ว ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ผ่านแบรนด์รถที่เห็นกันบ่อยบนท้องถนนเช่น Porche ฺBMW Audi Benz แบรนด์รถที่ใครหลายๆคนอยากได้มาครอบครอง
admin ก็เช่นกัน 5555 ผมเลยอยากชวนให้ทุกคนสงสัยว่าแล้ว คนเยอรมัน เจ้าของแบรนด์พวกนี้เค้ากินอะไรกัน โดยจะยกมาแค่อาหารเช้าก่อนะครับ เพราะคนเยอรมันเคยบอกว่า อาหารเช้าคือมื้อสำคัญที่สุด (จริงๆเพื่อไม่ให้ยาวเกินไปครับ)
– อาหารเช้า ” คนเยอรมัน ” หลักๆมีอะไรบ้าง –
ผมอยากอธิบายก่อนว่า สำหรับคนเยอรมันแล้ว อาหารเช้าก็ต้องเป็นอาหารเช้าจริงๆ คนเยอรมันจะไม่ทานอาหารมื้อหนัก (Warmessen: ซึ่งจะเป็นอาหารกลางวันหรือเย็น) ในตอนเช้า
พวกเค้าจะแยกมื้ออาหารออกจากกันได้ชัดเจน
ปกติคนเยอรมันจะตื่นตั้งแต่เช้าๆ แล้วก็พาสุนัขออกไปเดินเล่น (สำหรับบ้านที่มีหมานะครับ ปกติคนที่มีบ้านที่บริเวณ เค้าชอบเลี้ยงหมากัน)
กลับมาก็มาเตรียมอาหารเช้า การเตรียมที่ว่านี่ไม่ใช่ปรุงอาหารนะครับ แต่เป็นการจัดเตรียมวางใว้บนโต๊ะเฉยๆเพราะอาหารเช้าส่วนใหญ่ เป็นอาหารที่ปรุงสำเร็จแล้วพร้อมทาน
หลักๆเลยจะมี ขนมปังอบ (แบบแข็งๆ แข็งมากๆ แข็งจริง) เนยและแผ่นชีส พูดถึงผมชีสอยากให้ลองทานชีสเยอรมันแท้ๆสักครั้งดูครับ (คุณได้ทานมันแน่นอนในสองวันแรก หากคุณไปเที่ยวเยอรมนี)
คือชีสเค้ามีกลิ่นที่แรงมากๆ ลองนึกถึงนมที่ตั้งทิ้งไว้สัก 2 เดือนดูครับ กลิ่นแบบนั้นเลย กินครั้งแรกๆนี่ กินไม่หมดแน่นอน อาจกินได้คำเดียวด้วยซ้ำแต่บอกเลยครับว่าคุณภาพขั้นเทพในเรื่องของกรรมวิธีการหมักและคุณค่าทางอาหาร
เนยแบบเยอรมัน อธิบายไม่ถูกดูในรูปแล้วกันครับ มีแยมผลไม้ และบางทีก็มีไข่ต้ม และเป็นเรื่องแปลกคือเค้ากินไข่ต้มกับเกลือและพริกไทย แค่นั้น และนี่ก็เป็น ” อาหารเช้าของคนเยอรมัน ” ในแบบที่เรียบง่ายที่สุดครับ
ผมยังคิดเลย ไม่ใส่แม๊กกี้กินได้ยังไงกัน
พูดถึงแม๊คกี้ ขอเสริมอีกนิดว่ามันก็เป็นแบรนด์เยอรมันด้วยนะ แต่เขากลับกินไข่กับแค่เกลือ
– กรรมวิธีในการกิน –
ก่อนอื่น เขาจะหยิบขนมปัง (ขนมปังเยอรมัน ดูในรูปด้านล่าง) ขึ้นมาแล้วใช้มีดผ่าขนมปังออกเป็นสองซีก ถ้าคนไม่เคยผ่าขนมปังมาก่อนก็จะยังทุลักทุเลพอสมควร
เพราะขนมปังบ้านเค้าแข็งมากๆ วิธีผ่าที่ถูกต้องก็คือใช้ปลายมีดจิ้มเข้าไปตรงกลาง (ให้นึกภาพแฮมเบอร์เกอร์ ก็คือบริเวณที่เป็นแผ่นเนื้อ) เพราะเนื่อขนมปังส่วนนี้จะเป็นส่วนที่อ่อนที่สุด ตรงส่วนอืนจะจิ้มไม่เข้า
เมื่อจิ้มเข้าไปแล้ว ก็ตัดขอบขนมปังเป็นแนวรัศมีวงกลมจนครบวง จึงใช้มือแยกขนมปังออกเป็นสองซีก
เอาล่ะครับขั้นตอนที่ยากที่สุดผ่านไปแล้ว มาถึงตอนนี้ก็จะมีเราได้ขนมปังสองซีก แล้วทาเนยตรงที่ผ่าทั้งสองซีก จากนั้นสำหรับคนที่ชอบแยมก็จะทาแยม(เป็นตัวเลือก) หลังจากทาเนยและ/หรือ แยมเสร็จแล้ว
จากนั้นให้หยิบขนมปังขึ้นมาหนึ่งซีกแล้วก็วางแฮมลงไปตามด้วยชิงเค่น (เป็นตัวเลือก) หรือใส่แผ่นชีสด้วย (เป็นตัวเลือก) จากนั้นก็นำขนมปังอีกซีกหนึ่งมาประกบ แล้วก็กัดได้เลยครับรับรองความอร่อยครับ ขณะที่ผมพิมพ์อยู่นี้ยังน้ำลายไหลเลย
” ขนมปังเยอรมัน: German bread, จะมีความแข็งมากๆ เหนียว คนเยอรมันจะผ่าครึ่งแล้วทาเนยตรงกลาง(ตรงรอยผ่า) เสร็จแล้วก็กินได้เลย ”
– ชีสเยอรมัน –
ไม่พูดเรื่องชีสไม่ได้ครับเพราะแทบทุกมื้อของคนเยอรมันจะต้องมีชีส (Käse) คนเยอรมันชอบกินชิสเป็นชีวิตจิตใจ บางมื้มีแค่ขนมปังแผ่นแล้วเอาชีสแผ่นวางข้างบน เค้าก็ฟินแล้วครับ (เพื่อนมันกินให้ดูครับ)
เยอรมนีเป็นชาติที่มีการทำชีสมาเนิ่นนาน และเนื่องจากมีภูมิประเทศที่หลากหลายและกรรมวิธีการทำชีสแตกต่างกันในแต่ภูมิภาค ทำให้เยอรมนีมีชีสให้เลือกทานมากกว่า 600 ชนิด (เบียร์ก็ทำนองเดียวกันครับ มีเบียร์ดีๆให้เลือกหลายแบบ หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวของเบียร์เยอรมนีว่ามีชนิดที่หลากหลายขนาดไหน เยอรมนีจึงได้รับฉายาว่าเป็นเมืองเบียร์)
กลับมาที่ชีสนะครับ รัฐที่มีการผลิตชีสมากที่สุดคือรัฐบาบาเรีย รัฐของทีมฟุตบอลบาเยิร์นมิวนิคนั่นเอง ซึ่งผลิดในสัดส่วน 75 % ของชีสทั้งหมดในประเทศ
ศูนย์กลางการทำชีสในเยอรมนีคือเมือง Allgäu เป็นเมืองที่อยู่แถบเทือกเขาแอวป์ดินแดนเชื่อมต่อระหว่างประเทศเยอรมนี สวิสเซอร์แลนด์ และออสเตรีย ซึ่งเมือง Allgäu ก็อยู่ใกล้ๆกับแหล่งผลิตชีสชื่อดังสวิสเซอร์แลนด์ ชีสชนิดนั้นมีชื่อว่า Emmentaler แห่งสวิสเซอร์แลนด์
คนทั่วโลกรู้ว่าชีสที่อร่อยสุดๆ ต้องยกให้สวิสเซอร์แลนด์เขาเลยครับ เป็นที่เลื่องลือระดับโลกมานาน ซึ่งกรรมวิธีการทำชีสของสวิสนั้นก็ได้มีการถ่ายทอดความรู้ไปสู่เยอรมนีผ่านเทือกเขาแอวป์สู่เมือง Allgäu ที่กล่าวมา
ชีสเยอรมันจากเมือง Allgäu ทำจากน้ำนมของวัวสีน้ำตาลอ่อนสายพันธ์ Allgäu ที่เลี้ยงในทุ่งข้าวที่เต็มไปด้วยดอก Alpine บนพื้นที่สูง ว่ากันว่ามันเป็นนมที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารอย่างมาก เป็นที่มาว่าทำไมชีสจากบาบาเรีย โดยเฉพาะจากเมือง Allgäu จึงได้รับการยอมรับอย่างมาก
” ชีสเยอรมันดั้งเดิมทำมาจากน้ำนมของวัว Allgäu ที่เลี้ยงในทุ่งหญ้าแถบเทือกเขาแอวป์ ”
– สรุป –
ประเทศเยอรมนี ผู้ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำยุโรปในด้านเศรษฐกิจ วิทยาการ วิทยาศาสตร์ก็จริง แต่เมื่อพูดถึงอาหารการกินของเขา แล้วกลับดูธรรมดามากๆ
เหมือนกินๆไปให้เสร็จๆ สารอาหารครบก็พอ (เค้าอาจจะอร่อยของเค้าก็ได้) และไม่ได้พิถีพิถันในการปรุงอาหารมากเท่าไหร่
ชนิดของอาหารก็แทบจะนับได้เลยว่ามีออะไรบ้าง เช่นอาหารเช้าหลักก็ต้องมี ขนมปังแข็งๆสไตล์เยอรมัน (ซึ่งสำหรับคนที่พึ่งเคยลองกินเป็นครั้งแรกๆคงต้องวางมันลงแล้วเปลี่ยนไปหยิบอย่างอื่นแทน แต่หลังๆคุณจะติดใจและคิดถึงมันครับ เพราะมันไม่เหมือนใคร) ชิสแผ่นกลิ่นแรงหน่อย เนยข้นๆแบบเยอรมัน มีแค่นี้ไม่วุ้นวาย
แต่บางทีก็อาจมี แยม แฮม ชิงเคน (แผ่นหมูบางๆและเค็มมาก) ไข่ดาว หรือไข่ต้มพร้อมเกลือพริกไทย
ตามความคิดเห็นของ admin อาจจะเป็นเพราะว่าเมืองเค้าหนาวๆมากเลยไม่มีอารมณ์มาพิถีพิถันกับอาหารเท่าไหร่ กินๆไปให้เสร็จ ก็อิ่มเหมือนกัน แล้วจะได้ไปทำอย่างอื่นต่อ
สารอาหารครบเหมือนกัน แต่ข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับ
เพื่อนๆคนไหนมีเคยประสปการณ์โดยตรงเกี่ยวกับ อาหารเช้าของคนเยอรมัน ที่นอกเหนือจากนี้ หรืออยากจะเสริมแก้ตรงไหน ก็มาแชร์ให้พวกเราสายสุขภาพได้อ่านกันหน่อยนะครับ
ถ้าชอบเรื่องราวเกี่ยวกับคนเยอรมัน ลองอ่านเรื่องนี้ต่อได้เลยครับ ” สถาบันครอบครัวเยอรมัน (ผู้นำยุโรป) ”
” อีกหนึ่งเมนูที่คุณผู้หญิงชอบทานในตอนเช้าครับ ไข่ดาววางบนขนมปังแผ่นอบร้อบที่ทาแยมหรือเนยเพิ่มรสชาติ ”
– ขอนอกเรื่องนิดนึงครับ –
ไหนๆก็พูดถึงรถแล้ว Admin ขออนุญาติเสริมความรู้ว่านิดนึงนะครับ จริงๆแล้ว คนเยอรมันเรียกชื่อรถเค้าไม่เหมือนที่เราเรียกนะครับ
อย่างยี่ห้อ Benz คนเยอรมันเค้าเรียกว่า Mercedes เฉยๆ ไม่ได้เรียกว่า ”เบนซ์” เหมือนพวกเรา
และเรียก Porche ว่า พอร์ชเชอ ไม่ได้เรียกว่า พอร์ช
ส่วน BMW เค้าจะเรียกว่า บีเอ็มเว อันนี้เพราะอักษร W คนเยอรมันออกเสียงว่า เว
และ Audi ถ้าจะเรียกตามออริจินอลแบบเยอรมันจะไม่ได้เรียกว่า ออดี้ แต่เรียกว่า เอาดิ้ หรือให้จำว่า “เอาดิ” ก็ได้ง่ายดีครับ
ความจริงจะเรียกแบบไหนแล้วแต่ความถนัดแหละครับไม่มีผิดถูก แต่หากเราเรียกตามออริจินอลได้ด้วยก็แค่จะทำให้เพื่อนงง มีเราจะมีความเท่มากขึ้นเฉยๆ
